เอาจริงๆ ประสบการณ์ในการทำใบขับขี่ หรือต่ออายุใบขับขี่ของผมเองนั้นไม่ค่อยสู้ดีนัก เนื่องจากต้องเสียเวลาเป็นวัน ๆ เพื่อทำการอบรมแล้ว ยังต้องทำการทดสอบต่าง ๆ และด้วยจำนวนคนที่มีจำนวนมากทำให้ต้องเสียเวลานานมาก และด้วยสถานะการณ์ปัจจุบัน อาจจะทำให้เกิดกลุ่มเสี่ยงใหม่ ๆ ขึ้นมาอีกด้วยหากทางกรมการขนส่งจังหวัดยังทำแบบเดิม ๆ อยู่

แล้วต้องบอกว่าไวรัสโควิดช่วยเปลี่ยน ช่วยปรับการทำงานของ กรมการขนส่งฝั่งที่ผมไปต่อใบขับขี่ไปอย่างมาก ผมจะขอบันทึกให้อ่านกันคร่าว ๆ นะครับ

ซึ่งเหตุที่ทำให้ต้องไปต่ออายุใบขับขี่ใหม่นั้นก็คือ ไปเช่ารถครับ แล้วเราก็มั่นใจให้ใบขับขี่ที่อยู่ในกระเป๋าไปเลย แต่เมื่อทำเอกสารแล้วเสร็จก็ได้มีสายโทรเข้ามา แล้วบอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่บริษัทเช่ารถที่เราเพิ่งเซ็นต์เอกสารให้ไปนั่นเอง และปลายสายได้แจ้งว่า ใบขับขี่หมดอายุจ้า เอิ่บบ บันเทิงสิครับ ต้องเปลี่ยนคนขับตลอดทริปเลย เข้าโหมด FAN CLUB (ขับ) เต็มที่ พอ ๆ เข้าเรื่องดีกว่า

ระหว่างนั้นก็ได้ทำการหาข้อมูลว่าหากต้องต่ออายุใบขับขี่ต้องทำอย่างไรบ้าง (กรณีนี้หมดอายุไม่เกิน 1 ปีนะครับ)

  1. ไปอบรมการขับขี่ออนไลน์ที่ เว็บไซต์ https://www.dlt-elearning.com ก่อนเลยครับ ของผมอบรม 2 ชั่วโมง เบรค ไม่ได้ ปิดหน้าจอไม่ได้ และต้องนั่งดูตลอดนะครับเนื่องจากมีแบบทดสอบระหว่างนั่งเรียนออนไลน์ด้วย หากทิ้งไปดูไม่จบต้องนั่งดูใหม่อีกรอบครับ หลังจากอบรมแล้วเสร็จจะมีหน้าจอยืนยันว่าเราได้ทำการอบรมแล้ว โดยมีอายุ 6 เดือนหลังจากอบรมเสร็จ (ห้าม Retouch รูปนะครับ เพราะระบบของ ขนส่งที่เราไปต่ออายุจะมีระบบตรวจสอบด้วย)ระบบเรียนออนไลน์เพื่อทำใบขับขี่
  2. ทำการจองคิวที่ระบบของ https://gecc.dlt.go.th/ โดยเราสามารถสมัครสมาชิกแล้วทำการกรอกบริการที่เราต้องการและทำการเลือกสาขาของสำนักงานขนส่งจังหวัด วันและเวลาที่เราสะดวกได้ (ตามวันที่คิวว่าง) คิวภูเก็ตว่างอีกทีหลายเดือนเลยจ้า ผมจึงเลือกของสาขาพังงา ซึ่งได้คิวภายใน 2 วันเลยระบบจองคิวขนส่งต่อใบขับขี่
  3. จากนั้นก็รอวันเวลาที่เราทำการจองเอาไว้ ก็เดินทางไปสาขาจากนั้นกดบัตรคิวที่สำนักงาน (การทำใบขับขี่ ต้องตึก 2 ชั้น 2 ครับ)
  4. ลงทะเบียนที่เจ้าหน้าที่คัดกรองเอกสาร โดยที่เอกสารที่ต้องใช้มี บัตรประชาชนตัวจริง, ใบขับขี่ที่หมดอายุตัวจริง และใบรับรองแพทย์สำหรับทำใบขับขี่
  5. ทำการรอเรียกส่งเอกสารตามคิวที่กดไว้ในข้อที่ 3
  6. ชำระเงินค่าต่ออายุใบขับขี่ (จักรยานยนต์ส่วนบุคคล 5 ปี = 255 บาท, รถยนต์ส่วนบุคคล 5 ปี = 505 บาท) ซึ่งสามารถชำระเงินได้หลายช่องทาง สะดวกสุดก็ qrcode scan จ่ายได้
  7. ตรวจเช็คสายตา
  8. รอเรียกถ่ายภาพ (ลืมบอกไปว่าหากทำ 2 รายการเหมือนผม ต้องถ่ายเอกสารใบรับรองแพทย์ไปด้วยนะครับ)
  9. รับใบขับขี่และบัตรประชาชนคืน ตลอดรายการตั้งแต่ข้อ 3-8 ใช้เวลาไม่เกิน 30 นาที (หากไม่มีคนรอก่อนหน้าผม) ส่วนของผมนั้นใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น

สิ่งที่ชอบ ประหยัดเวลา, ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลได้เป็นอย่างดี และช่วยสอนให้ประชาชนค่อย ๆ มี digital literacy ขึ้นทีละจุด

สิ่งที่ไม่ชอบ ระบบของรัฐเอง ยังต้อง register ใหม่อยู่ จริงๆ น่าจะมีการทำ single sign-on กับระบบอื่น ๆ เช่น เป๋าตังก์ หมอชนะ หรืออื่น ๆ ใดของรัฐได้แล้ว

หวังว่าจะมีประโยชน์กับทุกท่านที่อ่านมาถึงจุดนี้นะครับ

 

กดถูกใจเพื่อให้กำลังใจเราด้วยนะครับ


Leave a Reply

Your email address will not be published.